โมริ โมโตนาริ ผู้บัญชาการทัพเรืออันเกรียงไกร

โมริ โมโตนาริ ผู้บัญชาการทัพเรืออันเกรียงไกร

ชายหนุ่มผู้หนึ่งผู้ซึ่งนำตระกูล โมริ ขึ้นมาเป็นตระกูลใหญ่หนึ่งตระกูลใน ยุคเซ็นโกคุ นั้นก็คือ โมริ โมโตนาริ โดยเขาเกิดเมื่อปี ค.ศ.1497 เป็นลูกของ โมริ ฮิโรโมโตะ แต่เดิมตระกูล โมริ นั้นเป็นตระกูลที่ถือกำเนิดจากการรวมตัวกันของบรรดาตระกูลเล็กๆในแถบนั้น

แต่เดิมชื่อของเขาคือ ทะจิฮิ โชจูมารุ โดยเขาเป็นลูกของภรรยาคนรอง แต่แรกนั้นเขาไม่ได้มีสิทธิในการสืบทอดในตระกูลเนื่องจากเขานั้นมาจากตระกูลสายรอง และในปี ค.ศ.1506 พ่อของเขาก็เสียชีวิตลงและได้ให้ โอคิโมโตะ ที่เป็นผู้สืบทอดอันดับที่ 1 ขึ้นมารับหน้าที่เป็นผู้นำ ซึ่งในเวลานั้น โมริ โมโตนาริ นั้นก็ได้รับมอบหมายให้ดูแลปราสาท ซารุคาแงะ และในเวลานั้นตระกูลโมริได้พบกับปัญหามากมายทั้งภายนอกและภายในทำให้เขาโดนบีบบังคับให้ต้องออกจากปราสาทของเขา

ก่อนเขาจะกลับเข้าปราสาทได้ในปี ค.ศ.1516 เนื่องจาก โอคิโมโตะ นั้นเสียชีวิตลงและทำให้เขาต้องมารับหน้าที่ในการดูแลตระกูลแทน และในปี ค.ศ.1518 โมโตนาริ รู้ว่าปราสาทกำลังจะถูกโจมตีจึงเกณท์ทหารที่มีอยู่เพียงน้อยนิดเข้าตียามกลางคืนทำให้ศัตรูที่บุกมาต้องล่าถอยและนี้เป็นการศึกที่สร้างชื่อให้กับเขาไม่น้อย

ซึ่งต่อมาลูกของ โอคิโมโตะ นาม โคมัตสึรุ นั้นเสียชีวิตลงทำให้ โมโตนาริ ที่ในเวลานั้นรับหน้าที่การดูแลตระกูลอยู่ต้องขึ้นเป็นผู้สืบทอดตระกูลซะเองหลังจากที่เขาเป็นผู้นำตระกูลแล้วนั้นเขายังสามารถจัดการกับปัญหาภายในได้อย่างดี และเขาก็ได้ขยายอำนาจของตระกูลออกไปด้วยการบุกปราบ 2 ตระกูลที่อยู่โดยรอบนั้นก็คือ ตระกูล อามาโงะ และ โออุจิ โดยเขาใช้อุบายยุยงให้ทั้ง 2 ตระกูลในตีกันเอง

หลังจากนั้นเขาก็เริ่มติดต่อกับองค์จักพรรดิ์โดยเส้นสายของ โออุจิ โยชิทากะ โดยเป็นการส่งเครื่องบรรณาการไปถวายและทำให้เขาได้ตำแหน่ง อุโนะคามิ หลังจากได้ตำแหน่งดังกล่าวมาทำให้เขาได้นำพาตระกูล โมริ ยิ่งใหญ่เหนือตระกูลอื่นในระแวกจังหวัดอากิ

ซึ่งในปี ค.ศ. 1540 เขาก็ต้องรับมือกับตระกูล อามาโงะ ที่ตัดสินในยกทัพบุกปราสาทของตระกูล โมริ ซึ่งทางฝั่ง อามาโงะ ใช้ทหารถึง 3 หมื่นคน แต่ฝ่ายตระกูลโมริรวมถึงพันธมิตรมีทหารแค่ 8 พันคนเท่านั้นแต่ก็สามารถที่จะป้องกันปราสาทได้ทำให้ชื่อเสียงของเขาขยายไปไกลขึ้น

แต่ความยิ่งใหญ่ของเขาก็ต้องจบลงเมื่อ ในปี ค.ศ. 1571 เขาป่วยเนื่องจากอาการสะสมมานานแล้วและเสียชีวิตลงในที่สุดและทำให้เขาไม่สามารถนำพาตระกูลโมริครองญี่ปุ่นได้ทำให้ตระกูลล่มสลายในที่สุด